The Pride ๒ โอลิบอร์

posted on 07 Jan 2009 21:39 by nukrob  in Writing

เนื่องจากจุดประสงค์หลักของบล็อกคือการเก็บงานเขียนของตัวเอง ดังนั้น เปิดศักราชใหม่ทั้งที เริ่มด้วยนิยายดีกว่า เอาฤกษ์เอาชัย

 

The Pride ตอนที่ ๒ โอลิบอร์

โอลิบอร์เป็นลูกของมีอาร์...

โอลิบอร์ออาศัยอยู่กับพี่น้องอีกสองตัวในถ้ำอันมิดชิด...

พี่น้องของมัน ตัวหนึ่งเป็นเพศผู้ชื่อ โคซา อีกตัวหนึ่งเป็นเพศเมียชื่อ โคบา ทั้งคู่เป็นสิงโตวัยเยาว์ และกำลังซุกซนและอยากออกไปเห็นโลกนอกถ้ำเต็มที

แต่โอลิบอร์ไม่เหมือนพี่น้องของมัน พี่น้องของมันเป็นลูกสิงโต ทว่าโอลิบอร์เป็นลูกมนุษย์ เป็นบุตรของคนขาวที่ได้สังเวยชีวิต ณ ท้องทุ่งเซเรงเกติ

เมื่อแรกที่โคซาลืมตา มันเห็นโอลิบอร์กับโคบาอิงแอบอยู่กับขนท้องนุ่มๆ ของแม่ มันแปลกใจนักที่โอลิบอร์มีรูปร่างประหลาด ต่างจากแม่และน้อง โคซาจึงถามแม่

"โอลิบอร์เป็นเด็กกำพร้าที่ยายทวดของเจ้าพากลับมาให้แม่ดูแล" แม่มีอาร์บอก "ถึงมันจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ แต่ตอนนี้มันคือลูกตัวหนึ่งของแม่ ดังนั้นมันจึงเป็นพี่น้องของเจ้าด้วย เจ้าต้องรักโอลิบอร์เช่นเดียวกับรักโคบา"

โคซาจำคำของแม่ขึ้นใจ...แม้โอลิบอร์จะแตกต่าง แต่โอลิบอร์ก็คือพี่น้องของมัน ดังนั้นในกาลต่อมา เมื่อโอลิบอร์ต้องผจญภัยเสี่ยงอันตราย ก็จะมีโคซาคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ

สำหรับโคบา นางเหมือนแม่ นางเชื่อฟังคำสั่งของฝูง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อยังเล็กนางก็เชื่อฟังแม่และพี่ ดังนั้น นางจึงรักโอลิบอร์เช่นเดียวกับรักโคซา

โอลิบอร์ ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ โคซา และโคบาภายในถ้ำ แม่ไม่รังเกียจโอลิบอร์ที่มันเป็นลูกมนุษย์ ตรงข้าม แม่รักและทะนุถนอมโอลิบอร์ราวกับลูกแท้ๆ ของนางตัวหนึ่ง

จนเมื่อโคซาและโคบาอายุได้ราวสองสัปดาห์ แม่มีอาร์ก็คาบโคซากับโคบาย้ายไปยังถ้ำใหม่ ทว่าสำหรับโอลิบอร์ แม่คาบมันไม่ได้ เพราะลูกมนุษย์ไม่มีหนังคอหยุ่นๆ ให้คาบ แต่มันก็ยังสามารถเดินได้ แม่จึงดันหลังโอลิบอร์ให้เดินไปในทางที่แม่ต้องการ ซึ่งโอลิบอร์ก็ช่างว่าง่าย ดังนั้นการย้ายโอลิบอร์ที่น่าจะเป็นปัญหาจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

มีอาร์ย้ายลูกๆ ของนางทุกๆ สัปดาห์หรือสองสัปดาห์ ช่วงเวลาเช่นนี้โคซายินดียิ่งนัก เนื่องจากมันได้ออกจากถ้ำ ได้เห็นโลกภายนอกที่น่าตื่นตาตื่นใจ และบางครั้งมันก็ชวนโอลิบอร์และโคบาออกสำรวจรอบถ้ำในเวลาที่แม่ไม่อยู่

ดังนั้นเมื่อมีอาร์กลับมาจากหาอาหาร เห็นลูกๆ ป้วนเปี้ยนอยู่นอกถ้ำ นางจึงต้องทิ้งชิ้นเนื้อที่คาบอยู่ในปาก เพื่อมาคาบโคซากับโคบากลับเข้าถ้ำ แล้วกลับมาคาบชิ้นเนื้อ พร้อมกับดันโอลิบอร์ให้เดินกลับเข้าถ้ำไปด้วย จากนั้นโคซาก็ถูกเอ็ดเป็นการใหญ่ โทษฐานที่เป็นตัวออกความคิด

กระนั้นโคซาก็ไม่ใส่ใจกับคำตักเตือนของแม่ มันยังชวนโคบากับโอลิบอร์ออกไปเล่นนอกถ้ำบ่อยๆ บางครั้งก็กลับเข้าถ้ำก่อนแม่มา บางครั้งก็ไม่ทัน แล้วโคซาก็ถูกแม่เอ็ด เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนกระทั่งโคซาและโคบาอายุได้สองเดือน

วันหนึ่ง หลังกินอาหารเสร็จ แม่เรียกลูกๆ ทั้งสามมา ค่อยๆ เลียขนทำความสะอาดและพูดเบาๆ กับลูกๆ ว่า

"พรุ่งนี้แล้วนะ ที่แม่จะพาพวกเจ้าเข้าฝูง พวกเจ้าจะได้พบกับญาติๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ได้พบกับป้าๆ น้าๆ ยาย รวมถึงยายทวดของเจ้าด้วย"

"ฝูงเป็นอย่างไรหรือ"

"ฝูงก็คือบ้านของเจ้า ญาติพี่น้องทั้งหมดของเจ้า ยายทวดของเจ้า รวมถึง ซาลีม พ่อของเจ้าด้วย"

"พ่อ!" โคซาโพล่งขึ้น น้ำเสียงแสดงความตื่นเต้น "ข้าจะได้พบพ่อหรือ ข้าจะได้พบพ่อแล้วจริงๆ หรือ"

แม่มีอาร์พยักหน้าทีหนึ่งแทนคำตอบ โคซาถึงกับกระโดดไปรอบๆ ตัวแม่ ปีนป่ายตัวแม่ด้วยความลิงโลด

...พ่อซาลีม เจ้าป่าผู้น่าเกรงขาม โคซาไม่เคยเห็นพ่อเลยตั้งแต่เกิด และนี่จะเป็นครั้งแรกที่มันได้พบพ่อ

พ่อจะเป็นอย่างไรหนอ...โคซาเคยแต่จินตนาการตามคำบอกเล่าของแม่ แม่บอกว่าพ่อซาลีมรูปร่างใหญ่โต มีขนแผงคอหนา สีน้ำตาลเข้ม ไม่ว่าพ่อจะเยื้องย่างไปยังที่ใด จะไฮยีน่าหรือฝูงหมาไน หรือแม้แต่เสือดาวยังต้องหลบให้พ่อ

"โอลิบอร์" แม่พูดขึ้น "พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปด้วย ทว่าข้าไม่แน่ใจนัก ว่าฝูงจะยอมรับเจ้าหรือไม่ แต่ข้าจะพยายาม"

โอลิบอร์ไม่ได้ตอบแม่ ไม่ได้แสดงทีท่ารับรู้แต่อย่างใด มันเพียงส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปตามจังหวะการกระโดดของโคซา

###

เย็นวันต่อมา มีอาร์พาลูกๆ ทั้งสามไปยังทุ่งราบสีเหลืองทอง ที่นั่นมีเนินดินใหญ่แห่งหนึ่ง เรียกว่า "แท่นแห่งผู้กล้า" กล่าวคือ ผู้ที่สามารถมายืน ณ แท่นแห่งนี้ได้ จะต้องสิงโตเพศผู้ที่ผ่านบทพิสูจน์ความกล้าหาญมาแล้ว กระทั่งได้ครอบครองฝูงสิงโตที่ใหญ่ที่สุดในแถบท้องทุ่งแห่งนี้เท่านั้น

เมื่อแรกที่มีอาร์พาลูกๆ มาถึงบริเวณแท่นแห่งผู้กล้า โคซารู้สึกตื่นเต้นนักกับภาพเหล่านางสิง และลูกสิง อายุต่างๆ กัน ในจำนวนนั้นมีลูกสิงโตที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับมันถึงห้าตัว ทว่าเกือบทั้งหมดเป็นตัวเมีย จะมีตัวผู้ก็เพียงตัวเดียว

มีอาร์เรียกลูกๆ มาหานางสิงเฒ่าผู้มีศักดิ์เป็นยายของนาง เป็นยายทวดของโคซา โคบา และโอลิบอร์

"ลูกๆ ของเจ้าแข็งแรงกันดีหรือ"

"แข็งแรงดีจ๊ะท่านยาย" มีอาร์ตอบ "และซนเหลือเกิน โดยเฉพาะโคซา"

"ดีแล้ว เด็กยิ่งซนยิ่งแข็งแรง" นางพญาสิงหัวเราะเบาๆ "แล้วโอลิบอร์เป็นอย่างไรบ้าง"

"แข็งแรงดีเช่นกัน แต่มันยังพูดไม่ได้เลยจ๊ะ"

"อืม เด็กมนุษย์จะโตช้ากว่าลูกของพวกเรา เจ้าดูแลมันต่อไปเถิด ข้าเชื่อว่ามันจะต้องเป็นเด็กที่กล้าหาญและแข็งแกร่งแน่ๆ"

มีอาร์รับคำ แม้ว่านางจะไม่มั่นใจนัก แต่นางเชื่อฟังฝูงเสมอมา โดยเฉพาะกับนางสิงเฒ่า มีอาร์ให้ความเคารพยิ่งกว่าผู้ใด

การเข้าฝูงของลูกสิงโต เป็นการแนะนำลูกสิงโตเกิดใหม่ทั้งหลายต่อฝูง เพื่อให้ญาติพี่น้องได้ทำความรู้จักกับมัน ดังนั้นวันนี้จึงนับเป็นวันสำคัญของลูกสิงโต

โคซาน้อยเดินนำโคบาและโอลิบอร์ไปทักทายทำความรู้จักเพื่อนรุ่นเดียวกัน มันไม่เกรงกลัวแม่สิงโตแปลกหน้าที่นอนอยู่ข้างๆ เลย ต่างจากลูกสิงโตอื่นๆ ที่ยังคงซุกอยู่ข้างแม่ ซึ่งที่จริงแล้วแม่สิงโตเหล่านั้นก็ย่อมไม่ทำอันตรายโคซาอยู่แล้ว เพราะพวกนางรู้ นี่เป็นลูกของมีอาร์ ทว่ากับโอลิบอร์ที่เดินตามหลังมานั้น พวกนางแสดงออกต่างกัน

โอลิบอร์แตกต่างเกินไป...

พวกนางไม่ไว้ใจตัวประหลาดไร้ขนตัวนี้ พวกนางบางตัวไม่เคยพบเห็นมนุษย์มาเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกนางจึงไม่อยากให้โอลิบอร์เข้าใกล้ลูกๆ ของพวกนาง พวกนางกีดกันโอลิบอร์ ขู่โอลิบอร์ บางตัวก็ตะปบเท้าเบาๆ ไปบนตัวของโอลิบอร์ เพื่อเป็นการขับไล่ โอลิบอร์ก็กลิ้งเกลือกไป จนมีอาร์ต้องเข้ามาปกป้อง

ทว่ายังไม่ทันที่ลูกสิงทั้งหลายจะเล่นหัวกันจนสมใจนัก ก็มีเสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทดังทั่วท้องทุ่งอันไพศาล

เสียงนี้จะเป็นของใครเสียมิได้ นอกจากซาลีม จ้าวแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง...

ซาลีมปรากฏตัวอยู่บนแท่นแห่งผู้กล้า ลำตัวล่ำสันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของซาลีมปกคลุมด้วยขนสีเหลืองทองราวกำมะหยี่ ขนแผงคอดกหนาสีน้ำตาลเข้มอันงดงามพลิ้วไปตามแรงลม ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้ายามต้องแสงอาทิตย์อัสดงมองตรงไปยังเบื้องหน้า มองไปทั่วผืนหญ้าอันเป็นดินแดนของมัน

ภาพของซาลีมบนแท่นแห่งผู้กล้านี้ต้องใจโคซาจนตัวมั่นสั่นเทิ้มไปด้วยความตื่นเต้นและตื้นตัน มันเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าอย่างเทิดทูน

"แม่...นั่นพ่อหรือ" โคซากระซิบถาม ทั้งที่ยังไม่เบือนสายตาไปจากซาลีม

"ถูกแล้ว นั่นพ่อของเจ้า"

หัวใจของโคซาพองโตจนคับร่างเล็กๆ ของมัน...พ่อของมันช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร

ทันทีที่เสียงคำรามของซาลีมดังขึ้น ทั่วทั้งท้องทุ่งเงียบสงัด คล้ายถูกมนต์สะกด

ทว่าเพียงชั่วขณะ ก็พลันมีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ บอบบางสีขาวเผือก ปีนป่ายขึ้นไปบนแท่นแห่งผู้กล้า...

ตั้งแต่ได้ยินเสียงคำรามดังสะท้านไปทั่ว โอลิบอร์ก็หันไปมองยังแท่นแห่งผู้กล้า มันเห็นซาลีมผู้งามสง่า มันเห็นสิ่งที่ต้องใจมัน ดังนั้นมันจึงปีนป่ายไปหา ไปไขว่คว้าสิ่งที่มันต้องการ

"ตายล่ะ!" มีอาร์อุทาน "ทำอย่างไรดี ท่านยาย"

นางสิงเฒ่าหัวเราะเบาๆ "ปล่อยมันไปสิ ดูซิว่าซาลีมจะทำอย่างไรกับเจ้าตัวอหังการนี้"

โอลิบอร์ปีนป่ายขึ้นไปหาซาลีม เมื่อไปถึงตัว มันก็เกาะขาหน้าของซาลีม ตั้งท่าจะปีนต่อไปอีก สิ่งที่มันอยากได้อยากสัมผัสคือขนแผงคออันงดงามนั้นนั่นเอง

ที่จริงซาลีมสังเกตเจ้าตัวน้อยนี้มาตั้งแต่มันปีนขึ้นแท่นแห่งผู้กล้าแล้ว แต่มันทำนิ่งเฉยเสีย คอยดูว่าเจ้าตัวน้อยนี้จะทำอย่างไรต่อไป มาถึงตอนนี้ มันก็ยังนิ่งมองเจ้าตัวน้อยที่พยายามเอื้อมมือมาคว้าขนแผงคอของมัน

"เด็กมนุษย์หรือ" ซาลีมเอ่ยถามขึ้น มันเคยเห็นมนุษย์มาก่อน แม้ว่าจะเป็นมนุษย์พื้นเมือง ก็มีรูปลักษณ์พื้นฐานคล้ายคลึงกัน

"ถูกแล้ว" นางสิงเฒ่าตอบ "เด็กมนุษย์นี้เป็นลูกของมีอาร์"

"ลูกของมีอาร์...มันชื่ออะไร"

"โอลิบอร์" มีอาร์ตอบ "มันชื่อโอลิบอร์"

ทันใดนั้น ลูกสิงโตเพศผู้อายุราวสองปีเศษพลันส่งเสียงหัวร่อขึ้น

"ฮา ฮา อ้ายตัวขาวอย่างนั้นหรือ ชื่อแกคือ อ้ายตัวขาว ฮา ฮา" มันล้อเลียนชื่อโอลิบอร์ แล้วหัวร่อจนตัวงอ "ใครตั้งชื่อให้แกน่ะ อ้ายขาว"

"ข้าเอง!" เสียงชราทว่าทรงภูมิอำนาจนี้จะเป็นผู้ใดไปเสียมิได้ นอกจากนางพญาสิง

ลูกสิงโตรุ่นเงียบเสียงไปโดยฉับพลัน มันนั่งขดจนดูเหมือนไม่ใช่ลูกสิงโต ด้วยขนแผงคอที่ยังหร็อมแหร็มของมันยิ่งทำให้มันดูเหมือนไฮยีน่าขี้เรื้อน

"โอ ท่านยายหรือ ช่าง...เอ่อ ช่างเป็นชื่อที่เข้ากับตัวมันเสียจริง"

"ขอบใจ ชิคุ" นางสิงเฒ่ากล่าวเสียงเนิบ "แต่จะดีกว่านี้ หากเจ้าเงียบเสียงปานแร้งกล่องเสียงแตกของเจ้าเสีย"

ชิคุเงียบเสียงจริงๆ ไม่มีใครกล้าขัดนางพญาสิง ไม่มีแม้สักตัวหนึ่ง...

อันที่จริงชิคุมีศักดิ์ฐานะเป็นน้องชายของซาลีม เพราะเกิดจากแม่ตัวเดียวกัน แม้จะต่างพ่อ พวกมันมีอายุห่างกันไกล พ่อของชิคุก็เป็นศัตรูตัวร้าย เป็นแค้นของซาลีม ทว่าที่ซาลีมยังคงให้ชิคุอยู่ในฝูง ไม่ได้ฆ่ามันเสียแต่ยังเล็ก ทั้งนี้เพราะเห็นแก่แม่และยายเท่านั้น

ซาลีมไม่ได้เกลียดชิคุ แต่นี่เป็นรอยบาดแผลในจิตใจที่พ่อของชิคุฝากไว้

ทว่าอีกไม่นาน ชิคุก็ต้องออกจากฝูง เมื่อใดที่ขนแผงคอของมันขึ้นเต็ม มันจะต้องออกจากฝูง นี่เป็นกฏ

ซาลีมเหลือบมองชิคุด้วยหางตา แล้วจึงหันกลับมามองร่างเล็กๆ ที่กำลังพยายามปีนป่ายขาหน้าของมัน นัยน์นาของซาลีมฉายแววเอ็นดูเจ้าตัวน้อยสีขาวเผือกนี้อย่างชัดเจน

...ซาลีมมองเห็นเงาของตัวเองในวัยเยาว์ ทาบร่างเล็กๆ นี้

###

เมื่อจ่าฝูงและนางพญาสิงล้วนให้การยอมรับโอลิบอร์ จะมีผู้ใดกล้าขัด ไม่ยอมรับโอลิบอร์เข้าฝูงอีก

โอลิบอร์อยู่ในฝูงร่วมกับโคซาและโคบา รวมทั้งลูกสิงตัวอื่นๆ แม้มันจะไม่ได้รับการยอมรับจากนางสิงทั้งหลายเท่าที่ควร แต่มันก็ยังมีนางสิงเฒ่า มีอาร์ เลล่า และเฮลี่คอยดูแล

ซาลีมก็ให้ความเอ็นดูมันเฉกเช่นลูกสิงทุกตัวในฝูง แม้ว่าสิงโตตัวผู้จะไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเด็กๆ แต่ซาลีมก็ไม่เคยปล่อยปละละทิ้งพวกมัน บางครั้ง ซาลีมยังมาหยอกเย้าพวกมัน บางครั้ง ก็ยังให้โอลิบอร์ปีนป่ายขึ้นบนหลัง แล้วพาทั้งโอลิบอร์และโคซาเดินสำรวจไปทั่วอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของฝูง

เมื่อโอลิบอร์โตขึ้น เริ่มเรียนรู้มากขึ้น และเข้าใจภาษาที่ใช้สื่อสารกันแล้ว โอลิบอร์ก็มีปัญหามาถามซาลีมไม่หยุด...ตั้งแต่คำถามง่ายๆ ไปจนถึงคำถามโลกแตก ที่ซาลีมเองก็ตอบไม่ได้

ครั้งหนึ่ง ทั้งโอลิบอร์และโคซาต่างเข้ามารุมล้อมถามซาลีม

"พ่อ ทำอย่างไรพวกข้าจึงจะคำรามได้อย่างพ่อ"

"พวกเจ้าต้องโตกว่านี้ก่อน" เป็นคำตอบจากซาลีม

"พ่อ แล้วไฉนข้าจึงไม่มีขนอย่างพ่อ กับ โคซา" โอลิบอร์ร้องถามอีก

"ก็เพราะเจ้าเป็นลูกมนุษย์อย่างไรเล่า" ซาลีมตอบ

"ข้าไม่ใช่ลูกของพ่อหรือ" โอลิบอร์ถามเสียงค่อย เจือความผิดหวัง

"เจ้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของข้า" ซาลืมตอบ พลางหมอบนอนลงใกล้ๆ เด็กทั้งสอง "และไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของมีอาร์ แต่เจ้าก็เป็นลูกของข้ากับมีอาร์ เป็นพี่น้องของโคซา เจ้ามีความกล้าหาญ ชาญฉลาด เฉกเช่นที่ลูกสิงโตพึงมี"

โคซาเสริมอีกว่า

"เจ้าเป็นน้องชายของข้า โอลิบอร์ ข้าจะรักเจ้าเฉกเช่นรักโคบา"

ความจริงโอลิบอร์อายุมากกว่าโคซา มันเกิดก่อนในโลกของคนขาว แต่มาอยู่กับฝูงสิงโตหลังโคซาเกิด และมีพัฒนาการช้ากว่า ดังนั้น โคซาจึงถือมันเป็นน้อง ซึ่งโอลิบอร์ก็ไม่เคยสนใจ มันสนใจเพียงโคซารักมัน จะเป็นพี่หรือน้อง มันไม่เคยสนใจ

โอลิบอร์ได้ยินซาลีมกับโคซาว่าดังนั้นแล้วก็ยิ้มเผล่ กระโจนเข้าใส่โคซา ทั้งสองเล่นมวยปล้ำแลกอุ้งเท้ากันเป็นพัลวัน กลิ้งเกลือกไปรอบตัวซาลีม

มวยปล้ำเป็นกีฬาที่ลูกสิงโตเล่นกันเพื่อความสนุก แต่ในสายตาของผู้ใหญ่ มันเป็นกีฬาเพื่อพัฒนาการของเด็กๆ พวกมันต้องเล่นกีฬานี้เพื่อฝึกทักษะด้านร่างกาย และทดสอบปฏิภาณ ผู้ที่แพ้ มักจะเป็นเพราะขาดกำลัง หรือขาดไหวพริบ หรือขาดทั้งสองอย่าง

สำหรับโอลิบอร์และโคซา พวกมันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เนืองๆ ทั้งนี้เพราะเมื่อโคซายิ่งโต ยิ่งกินเนื้อมาก กล้ามเนื้อก็ยิ่งสมบูรณ์ พลกำลังของมันก็ยิ่งมาก สำหรับโอลิบอร์ แม้จะตัวเล็กกว่าเท่าหนึ่ง แต่สติปัญญาและความคล่องแคล่วว่องไว ก็ทำให้มันสามารถเอาตัวรอดจากอุ้งเท้าโคซาได้เสมอ

และเนื่องด้วยสัญชาตญาณของโอลิบอร์ บางครั้งมันยังฉวยเอาก้อนหินขว้างปาใส่บ้าง หวดใส่บ้าง ก็ทำให้เอาชนะโคซาได้เช่นกัน

โอลิบอร์และโคซาไม่ได้เล่นมวยปล้ำกันเพียงสองตัว บางครั้งพวกมันยังเล่นกับโคบาลูกสิงโตตัวอื่นๆ ด้วย พวกมันบ้างก็ใช้วิธีตะลุมบอน บ้างก็สู้ตัวต่อตัว...

เมื่อใดที่สู้ตะลุมบอน ฝ่ายโคซาและโอลิบอร์ก็มักจะชนะ ทว่าเมื่อใดที่สู้ตัวต่อตัว โอลิบอร์แลโคซาก็มักจะชนะลูกสิงโตตัวอื่นๆ และต้องมาสู้กันเองเสมอไป

ดังนี้แล้วในฐานะที่โคซาถือว่าตัวเป็นพี่ของโอลิบอร์ โคซาจึงตั้งตัวเป็นหัวหน้าฝูงเด็กๆ ลูกสิงโตตัวอื่นๆ จะต้องเชื่อฟังมัน ยามที่มันต้องการเล่นอะไร ลูกสิงทั้งหมดจะต้องเล่นอย่างที่มันต้องการ

...หรือนี่จะเป็นลางบอกเหตุอนาคตอันใด

...หรือชะตาของโอลิบอร์และโคซาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet