The Pride ๑ โศกนาฏกรรมกลางทุ่งเซเรงเกติ
posted on 14 Nov 2008 01:55 by nukrob in Writingในโอกาสขึ้นเรื่องใหม่ (ทั้งที่เรื่องเก่ายังไม่จบ) ก็เลยเปลี่ยนอวตารไปด้วยซะเลย ให้เข้ากับเรื่องใหม่
ชะแว่บ...แปลงร่างกลายเป็นสิงโต โฮก...
เอาล่ะ เนื่องจากตอนแรกมันค่อนข้างสั้น เลยชวนคุยซะก่อน
ตอนวางธีมเรื่องนี้ก็หวั่นๆ อยู่ว่ามันจะไปคล้าย ซิมบ้า เมาคลี อะไรเทือกนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้อยากจะเขียนเป็นสารคดีเกี่ยวกับลูกสิงโตต่างหาก เพราะฉะนั้น คิดไปคิดมา คล้ายก็คล้ายสิวะ อยากเขียนซะอย่าง
อ้อ เรื่องนี้อาจจะไม่ได้อัพบ่อยๆ เพราะต้องหาข้อมูลเยอะพอสมควร (แล้วทำไมไม่หาให้มันเสร็จก่อนแล้วค่อยเขียนฟระ...คำตอบคือ คันมืออยากเขียนครับ)
ว่าแล้วก็เชิญยล
##########
The Pride ตอนที่ ๑ โศกนาฏกรรมแห่งทุ่งเซเรงเกติ
เมาคลี และทาร์ซาน เด็กชายที่เติบโตมาท่ามกลางแวดล้อมของสัตว์ป่าใหญ่น้อยในป่าดิบชื้น โดยได้รับการเลี้ยงดูจากฝูงสัตว์อย่างหมาป่า และลิง
ในเขตทุ่งหญ้าของทวีปแอฟริกา ก็มีกรณีทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นเช่นกัน...
ก่อนที่พวกคนขาวจะบุกเบิกดินแดนแอฟริกาจนทะลุปรุโปร่งอย่างในปัจจุบัน คนขาวหลายกลุ่ม ที่เรียกตัวเองว่าคณะสำรวจ ได้ทิ้งชีวิตไว้ในดินแดนกาฬทวีปแห่งนี้
ค่ำคืนหนึ่ง ในท้องทุ่งเซเรงเกติอันกว้างใหญ่ไพศาล ปรากฏเงาของชายคนขาววิ่งโซซัดโซเซออกมาจากพุ่มไม้ริมโขดหิน ใกล้กับเขตหากินของฝูงไฮยีน่า คนขาวผู้นี้ไม่ได้มาเพียงคนเดียว ยังมีทารกเพศชายวัยเพียงขวบเศษอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย เห็นชัดว่าชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลถูกทิ่มแทงด้วยของมีคมทั่วร่าง นั่นเป็นคมหอกของชนเผ่าพื้นเมืองแถบนั้นเอง ทว่าทารกในอ้อมกอดของเขานั้นกลับปลอดภัย ปราศจากร่องรอยขีดข่วนแม้แต่รอยหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ครึ่งวัน เขายังเป็นหัวหน้าคณะสำรวจจากโพ้นทะเล ภรรยาของเขาก็เป็นนักชีววิทยา พวกเขาพำนักอยู่ทางตอนใต้ของดินแดนกาฬทวีปแห่งนี้มากว่าสองปี ก่อนจะสำรวจลึกเข้ามายังเขตทานซาเนีย และพบชนเผ่าพื้นเมืองอันไม่เป็นมิตร
อันที่จริงพวกเขามีอาวุธ พวกเขามีปืนยาว ทว่าปืนยาวแม้ทรงอานุภาพเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานการกลุ้มกระหนาบของชนเผ่าพื้นเมืองนักล่าเหล่านั้นได้ ผลก็คือการบาดเจ็บ ล้มตาย และพลัดพราก
ภรรยาของเขาสังเวยชีวิตให้กับกาฬทวีปแห่งนี้ไปแล้ว ทว่าเขายังอยู่ เขายังสามารถปกป้องลูกชายตัวน้อย หลบหนีรอดมาได้
ทว่าเขาจะคุ้มครองลูกน้อยนี้ได้อีกนานเพียงไร ในเมื่อเวลานี้ ฝูงไฮยีน่าที่กำลังหิวโซ จับจ้องมองพวกเขาพ่อลูกอยู่
แม้ 'เหยื่อ' จะมีลักษณะคล้ายชนเผ่าพื้นเมืองที่พวกมันกลัว ทว่ากลิ่นคาวเลือดช่างยั่วน้ำลายเสียนี่กระไร ไฮยีน่าฝูงนี้ล่าไม่ได้มาหลายวันแล้ว อีกทั้งยังไม่สามารถแย่งเศษซากอาหารจากฝูงสิงโตได้ เวลานี้ พวกมันจึงไม่สนใจสิ่งใด นอกจากอาหาร
และอาหารมื้อนี้ พวกมันกำลังจะได้มาโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงเลย
'เหยื่อ' อ่อนแอลงมาก
'เหยื่อ' กำลังจะตาย
ที่พวกมันต้องทำเพียงแค่ล้อมเหยื่อไว้ รอคอย และระวังพวกหัวขโมย
ทว่า 'เหยื่อ' ของพวกมันไม่ยอมอยู่นิ่ง ไม่ยอมตายดีๆ เหยื่อรายนี้กลับวิ่งทุลักทุเลมาจนถึงเขตหากินของสิ่งโตอันเลื่องชื่อในท้องทุ่งนั้น
ในเวลาปกติ ไฮยีน่าฝูงนี้จะไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้เขตของสิงโตฝูงนี้เลย ทว่าเวลานี้ เหยื่ออยู่ที่นี่ และพวกมันกำลังหิวโซ ดังนั้นความขลาดเขลาและความเกรงกลัวต่อฝูงสิงโตจึงลดลง พวกมันกล้าเหยียบย่ำเลยเข้าไปในถิ่นของฝูงสิงโต ซึ่งนั่นย่อมเป็นความผิด
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการหลบหนี ด้วยความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดมาก ทำให้ชายคนขาวอ่อนแอลงเรื่อยๆ ลมหายใจก็รวยริน ชีวิตของเขาผ่านค่ำคืนนี้ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ลมหายใจของเขากำลังขาดช่วง สติสัมปัชชัญญะลดน้อยลงทุกขณะ ในที่สุดเขาล้มตัวลง แน่นิ่ง ทว่าเด็กชายในอ้อมกอด ก็ยังคงอยู่ในอ้อมกอด แม้เขาจะตาย แม้เขาจะต้องเป็นอาหารของไฮยีน่า เขาก็จะไม่ปล่อยลูกน้อยนี้เด็ดขาด
เมื่อร่างของเขานิ่งสงบแล้ว ฝูงไฮยีน่าก็กระโดดเข้ามา คิดรุมกัดกินให้สมอยาก ทว่าเวลานั้นเอง คมเขี้ยวคู่หนึ่งกระทบถูกลำคอของไฮยีน่าเพศผู้ตัวหนึ่ง ฝังลึกลงไปถึงหลอดลม ไฮยีน่าตัวนั้นแผดเสียงร้องโหยหวนดังก้องทั่วท้องทุ่ง
ทันทีที่เสียงร้องนั้นสงบลง ฝูงไฮยีน่าแตกกระจัดกระจายไปคนละทาง ที่หลงเหลืออยู่คือร่างไร้วิญญาณของชายคนขาว ที่ยังมีเด็กน้อยในอ้อมกอด กับฝูงนางสิง...
"ไฮยีน่าพวกนี้หยามน้ำหน้าพวกเรานัก บังอาจบุกรุกเข้ามาหากินถึงถิ่นพวกเรา" นางสิงสาวตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ในขณะที่พี่สาวของนางค่อยๆ ย่องเข้าใกล้ร่างของชายคนขาว
"เฮลี่ เจ้าคิดว่านี้มันตัวอะไรรึ" นางสิงเอ่ยถามน้องสาว
"มันคลับคล้ายพวกมนุษย์อยู่นา แต่สีผิวช่างแตกต่าง ขาวเป็นเผือก ขนที่หัวก็มีสีคล้ายขนอ่อนของลูกเรา"
"หรือมันเป็นมนุษย์เผือก"
"นี่น่าสนใจเหลือเกิน เลล่า"
"ท่านยาย ท่านเห็นว่ามันเป็นตัวอะไร" เลล่าหันกลับไปถามนางสิงเฒ่าที่เดินมาสมทบ
"มันจะเป็นตัวอะไรก็ช่าง เวลานี้มันตายไปแล้ว ทว่าไอ้ตัวเล็กท่ีอยู่ใต้ตัวมันนี่สิ น่าสงสัย"
เลล่าหันมองไปตามสายตาของนางนางสิงเฒ่า จึงเห็นว่าใต้ซากของชายคนขาว ยังมีเด็กมนุษย์อีกตัวหนึ่ง มันมีสีผิวและสีผมเช่นเดียวกับซากมนุษย์นั้น มันตัวเล็ก และยังไม่ตาย...
เด็กมนุษย์มุดออกจากใต้ร่างของบิดา มันเดินได้แล้ว เดินด้วยสองขาหลัง แม้จะยังไม่แข็งแรง แต่มันก็เดินได้
เด็กนั่นเดินมาที่เลล่า มันไม่เกรงกลัวเลล่า นางสิงผู้มีคมเขี้ยวอันแหลมคม สิ่งที่มันต้องการมีเพียงน้ำนม มันมุดไปที่ใต้ท้องของเลล่า คลำหาเต้านมอันอบอุ่น
ทว่าปีนี้นางไม่มีลูกจะมีน้ำนมได้อย่างไร
เลล่าทั้งรู้สึกทั้งจักจี้ทั้งเขินอาย นางก้าวถอยไปด้านหลัง แต่เด็กมนุษย์ยังคงติดตามไม่ลดละ
"อะไรกัน เลล่า" เฮลี่เอ่ยขึ้น "เหยื่อตัวเล็กเพียงนี้ เหตุใดเจ้าไม่ตะปบมันไปเสียเล่า ไยต้องถอยหนีมัน"
"ข้า..." เลล่าคิดจะตอบ แต่ตอบไม่ได้ นางเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องถอยหนี นางไม่ได้กลัวมัน แต่ยังคงยกขาหลบ เมื่อเด็กนั่นมุดอยู่ใต้ท้องของนาง
"อย่างนั้นให้ข้าจัดการมันเอง" เฮลี่อาสา แล้วเกร็งเท้ากางเล็บ
"อย่า เฮลี่ มันน่าสงสารออก ข้าว่ามันคงจะหิว"
"อะไรนะ เจ้าสงสารเหยื่อรึ"
"เอ่อ ข้า..."
"เอาล่ะ สาวๆ ทั้งหลาย หยุดถกเถียงกันได้แล้ว" นางสิงเฒ่าเอ่ยขึ้น "ไหน ขอข้าดูหน่อยซิ ว่ามันรูปร่างหน้าตาอย่างไร"
นางสิงเฒ่าว่าแล้วก็เดินเข้าไปดมใกล้ๆ ตัวเด็ก ที่กำลังนั่งพิงขาหลังของเลล่าอยู่ ดังนั้น เมื่อเลล่าเดินหลบให้แก่นางสิงเฒ่า เด็กมนุษย์จึงหงายหลังล้มลง ทว่าสักพัก มันก็ยันตัวลุกยืนขึ้นอีก เพื่อพบกับจมูกอันใหญ่โตของนางสิงเฒ่า
เด็กมนุษย์ยกมือลูบคลำจมูกอันเปียกชื้นของนางสิง พลางส่งเสียงอ้อแอ้อย่างที่นางสิงทั้งหลายไม่มีวันเข้าใจ มันลูบคลำไปจนถึงริมฝีปากบน แล้วพลิกริมฝีปากบนของนางขึ้นมา จึงได้เห็นเขี้ยวอันใหญ่โตแหลมคม ทว่าเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาหาได้พรั่นพรึงไม่ มือข้างหนึ่งของมันกำเขี้ยวของนางสิงเฒ่าไว้ มืออีกข้างกลับตบไปที่คางของนาง
"เด็กนี่โอหังนัก ให้ข้าจัดการมันเถิดท่านยาย" เฮลี่เอ่ยออกมาด้วยโทสะ ดวงตาวาววับกระทบแสงจันทร์ในยามค่ำคืนจนเป็นประกาย จ้องมองไปที่เด็กน้อยอย่างไม่ลดละ
นางสิงเฒ่ากลับหัวเราะหึๆ อย่างอารมณ์ดี
"ไม่ต้อง เจ้านี่มันกล้าดีนัก ข้าชอบมัน" นางว่า พร้อมกับยกหัวขึ้น จนเด็กเอื้อมไม่ถึงแม้แต่คาง "ข้าจะเลี้ยงมันไว้ในฝูงของเรา"
"ท่านยาย!" นางสิงทั้งสองร้องขึ้นโดยพร้อมเพรียง
"ทำไมหรือ พวกเจ้าจะคัดค้านคำของข้าหรือ"
แน่นอน ไม่มีใครคัดค้านนางได้ ไม่มีใครกล้าขัดคำของนางพญาสิง แม้แต่ ซาลีม จ่าฝูงตัวปัจจุบัน ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของนางยังให้ความเคารพยำเกรงต่อนาง ยกย่องนางเหนืออื่นใด
"มีอาร์เพิ่งตกลูก เราจะให้มันไปอยู่กับมีอาร์" นางสิงเฒ่าเอ่ยขึ้นในที่สุด "มันจะเป็นลูกของมีอาร์ มีชื่อว่า โอลิบอร์"
##########