กลับมาเขียนบล็อก (ที่ไม่ค่อยได้เขียน) ต่อ...
 
เมื่อกว่าสามเดือนก่อน นักรบมีโอกาสได้ไปทำวิจัยร่วมที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลาสองเดือน ก็เลยถือโอกาสกลับไปเยี่ยมเมืองไทยต่ออีกหนึ่งเดือน รวมเป็นสามเดือน
 
ตอนที่อยู่อังกฤษนั้น โดยมากจะนั่งทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัย แต่ก็มีโอกาสได้เที่ยวบ้างในวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดยาวสี่วันในช่วงอีสเตอร์ กับวันแต่งานของเจ้าชายวิลเลียม
 
...แต่นักรบไม่ได้ฉลองกับชาวอังกฤษเขาหรอกนัก ช่วงวันหยุดนั้น นักรบจรลีหนีฝูงชนไปเนเธอร์แลนด์สกับเพื่อนชาวเวียดนามคนหนึ่ง
 
ทว่าแม้จะหนีฝูงชนที่อังกฤษ ก็ยังไปเจอฝูงชนที่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์สอีก เนื่องจากช่วงที่ไป ตรงกับควีนส์เดย์ของเขาพอดี
 
แต่ก่อนจะว่ากันถึงเนเธอร์แลนด์ส ขอย้อนกลับมาทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษก่อน...
 
เนื่องจากนักรบเป็นคนชอบอะไรเก่าๆ ดูโบราณๆ จึงชอบไปดูพวกปราสาทราชวัง และพิพิธภัณฑ์ (ซึ่งเพื่อนมักจะถามว่ามันสนุกตรงไหน - -')
 
เริ่มตั้งแต่บุกลอนดอน หลงไป Buckingham Palace (ต้องเรียกว่าหลง เพราะหลงทางจริงๆ) ไปดู Big Ben กับ London Eye ให้เป็นบุญตา ได้ดูวัฒนธรรมจากหลากหลายทวีปที่ British museum โดยเฉพาะมัมมี่ ได้ไปเยี่ยม Sherlock Holmes ที่ 221B, Baker Street ด้วย (อันนี้ไม่พลาด)
 
นอกจากนี้ยังได้คุณเพื่อน พาไป Windsor Castle ดูบ้านตุ๊กตาของ Queen Mary รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งกลายเป็นของเก่าทรงคุณค่า แต่เจ้าของเดิมไปไหนแล้วไม่ทราบ ได้ดูความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา มีเจ้าของผลัดเปลี่ยนกันมามากมาย ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 1992 (แม้แต่ปราสาทราชวัง พระเพลิงก็ไม่ละเว้นนะจ๊ะ) ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายต่อหลายครั้งจึงยืนยงอยู่มาได้นานเช่นนี้ ทว่าเจ้าของเดิมก็ดี คนซ่อมก็ดี ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบ
 
ก่อนกลับเมืองไทย นักรบยังได้ไป Hatfield House ซึ่งเคยเป็นวังเก่าอีกเช่นกัน ปัจจุบัน บางส่วนที่เคยเป็นวังหลงเหลือให้เห็นเป็นเพียงอาคารหลังหนึ่ง ใกล้ๆ กับบ้านของท่าน Earl ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เท่านั้น
 
อย่างที่เกริ่นไปว่า ช่วงหยุดยาว นักรบยังได้ไปเนเธอร์แลนด์สด้วย ประเทศนี้เป็นประเทศเล็กๆ เพราะฉะนั้นการเดินทางค่อนข้างสะดวก มีรถไฟเชื่อมต่อจากเมืองถึงเมืองตลอด คนที่นั่นก็ใช้จักรยานกันเยอะมาก ขนาดมีอาคารจอดจักรยานในสถานีรถไฟกันเลยทีเดียว อาคารในกรุงอัมสเตอร์ดัมโดยมากก็เป็นอาคารเก่า อายุไม่ร้อยก็เหยียบร้อย
 
ที่เนเธอร์แลนด์ส นักรบได้ไปดูกังหัน... ไม่ใช่กังหันสมัยใหม่ แต่เป็นแบบสมัยเก่าที่มีโรงอะไรสักอย่างอยู่ข้างล่างด้วย
 
เนเธอร์แลนด์สเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวลิป นักรบเองก็ได้ไปเที่ยวสวนทิวลิปด้วย ทิวลิปของเขามีหลากสีหลายพันธุ์ ทั้งยังหลายขนาด เรียกว่าดูไม่อิ่มกันเลย
 
นักรบยังได้ไปปีนบันไดชันๆ สี่ร้อยกว่าขั้นที่ Dom Tower ใน Utrecht ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์รูปกางเขน แต่หลังจากผ่านเฮอร์ริเคนเมื่อปี 1674 ก็เลยเป็นกางเขนขาหัก ส่วนตรงกลางโบ๋เบ๋กลายเป็นลานโล่งเรียกว่า Dom Square
 
และที่ไม่พลาดอีกก็คือพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากเนเธอร์แลนด์สค่อนข้างมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย ดังนั้นจึงมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับรัสเซีย รวมถึงอิทธิพลความเชื่อทางศาสนาจากแถบนั้นด้วย
 
ดูๆ ไปแล้วก็คิด ของพวกนี้ไม่ได้อยู่ยั้งยืนยง ที่อยู่มาได้เพราะมีคนบำรุงรักษา ซ่อมแซมต่อๆ กันมาเรื่อยๆ แต่คนซ่อมคนรักษาก็ไม่ได้อยู่ซ่อมมันตลอดเช่นกัน หากแต่ผลัดเปลี่ยนกันไป คนเก่าตาย คนใหม่มาดูแลต่อ สืบๆ กันไป เช่นเดียวกับร่างกายเรานั่นแล...
 
เอวัง